Hope Where Are You Health การพยาบาลผู้ป่วยแผลกดทับทำอย่างไร

การพยาบาลผู้ป่วยแผลกดทับทำอย่างไร

แผลกดทับ (pressure ulcer) เป็นความผิดปกติของผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังที่เกิดจากการกดทับบริเวณที่มีกระดูกยื่นออกมาเป็นเวลานานจนทำให้เลือดไปเลี้ยงบริเวณนั้นไม่เพียงพอ ส่งผลให้เซลล์ตายและเกิดแผลขึ้น แผลกดทับมักพบในผู้ป่วยที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้เอง เช่น ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยอัมพาต ผู้ป่วยหลังผ่าตัด หรือผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ แผลกดทับสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกส่วนของร่างกาย แต่มักพบบริเวณก้นกบ สะโพก ส้นเท้า ข้อศอก และหัวเข่า

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดแผลกดทับ

  • ขาดการเคลื่อนไหวร่างกาย
  • ผิวหนังบางหรืออ่อนแอ
  • น้ำหนักตัวมาก
  • ภาวะขาดน้ำ ขาดอาหาร
  • โรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคเกี่ยวกับเส้นเลือด
  • การใช้ยาบางชนิด เช่น ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์

ระดับความรุนแรงของแผลกดทับ

แผลกดทับแบ่งออกเป็น 6 ระดับ ตามความรุนแรงของบาดแผล ดังนี้

  • ระดับ 1 ผิวหนังแดงหรือเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ
  • ระดับ 2 ผิวหนังแตกหรือถลอก
  • ระดับ 3 ผิวหนังเปิดไปถึงชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง
  • ระดับ 4 ผิวหนังเปิดไปถึงกล้ามเนื้อ กระดูก หรือเอ็น
  • ระดับ 5 แผลกดทับขนาดใหญ่ ลึก และซับซ้อน
  • ระดับ 6 แผลกดทับขนาดใหญ่ ลึก และซับซ้อน ร่วมกับการติดเชื้อ

การพยาบาลผู้ป่วยแผลกดทับ

การพยาบาลผู้ป่วยแผลกดทับมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการลุกลามของแผลและช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น ประกอบด้วย

  • การป้องกันการเกิดแผลกดทับ

การป้องกันการเกิดแผลกดทับเป็นสิ่งสำคัญที่สุด โดยพยาบาลควรประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดแผลกดทับของผู้ป่วยอย่างสม่ำเสมอ และดำเนินการป้องกันตามแนวทางที่กำหนดไว้ เช่น

* เปลี่ยนท่านอนทุก 2-4 ชั่วโมง

* ยกแขนและขาขึ้นเพื่อป้องกันการกดทับ

* ใช้อุปกรณ์ลดแรงกดทับ เช่น เตียงลม หมอนรองกระดูก

* ดูแลผิวหนังให้สะอาดและแห้ง

* ดูแลให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหารและน้ำอย่างเพียงพอ

  • การดูแลแผลกดทับ

เมื่อผู้ป่วยมีแผลกดทับแล้ว พยาบาลควรดูแลแผลอย่างเหมาะสมตามแนวทางที่กำหนดไว้ เช่น

* ทำความสะอาดแผลด้วยน้ำเกลือปราศจากเชื้อ

* ปิดแผลด้วยวัสดุที่เหมาะสม

* เปลี่ยนวัสดุปิดแผลทุกวันหรือเมื่อเปียกชื้น

* สังเกตอาการของการติดเชื้อ

* ประเมินความรุนแรงของแผลและแจ้งแพทย์หากแผลไม่ดีขึ้น

การติดตามผลแผลกดทับ

พยาบาลควรติดตามผลแผลกดทับอย่างสม่ำเสมอ เพื่อประเมินความรุนแรงของแผลและผลของการรักษา โดยควรบันทึกลักษณะของแผล สีของเนื้อเยื่อใต้แผล ปริมาณของสารคัดหลั่ง และอาการปวดของผู้ป่วย

ข้อควรระวังในการดูแลผู้ป่วยแผลกดทับ

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสแผลด้วยมือเปล่า
  • หลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาฆ่าเชื้อหรือยาปฏิชีวนะที่ไม่ได้สั่งโดยแพทย์
  • หลีกเลี่ยงการใช้วัสดุปิดแผลที่แน่นเกินไปหรือทำให้แผลอับชื้น
  • หลีกเลี่ยงการนวดบริเวณที่มีแผลกดทับ

การพยาบาลผู้ป่วยแผลกดทับเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ป่วยมีแผลหายเร็วขึ้นและลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนต่างๆ พยาบาลควรมีความรู้และทักษะในการดูแลผู้ป่วยแผลกดทับอย่างเหมาะสม เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลที่มีคุณภาพและปลอดภัย

Related Post

วิตามินเสริม

การทานวิตามินเสริมช่วยป้องกันไข้หวัดได้การทานวิตามินเสริมช่วยป้องกันไข้หวัดได้

ในเรื่องของสุขภาพนั้นต้องบอกเลยว่าเป็นสิ่งที่หลายๆคนก็ควรที่จะต้องให้ความสนใจและอย่ามองข้ามไปเลยกับเรื่องของไข้หวัดเพราะว่าไข้หวัดนั้นเป็นสิ่งที่หลายๆคนก็สามารถที่จะพบเจอได้บ่อยอย่างยิ่งหากร่างกายของเรานั้นมีภูมิต้านทานที่ต่ำอย่างมากด้วย ในตอนนี้หลายๆคนจึงหันกลับมาทานวิตามินเสริมกันอย่างมากมายเลยดังนั้นเราจึงควรที่จะต้องป้องกันตัวเองเพื่อไม่ให้สุขภาพของเรานั้นแย่ลงได้อย่างในตอนนี้เรื่องของโควิทกำลังเป็นที่ระบาดส่งผลให้ร่างกายหรือสุขภาพของเรานั้นได้รับผลกระทบกันอย่างยิ่งเลย เราจึงควรที่จะต้องใส่ใจให้มากๆจะยิ่งดีต่อร่างกายของเราเองอย่างยิ่งด้วย เพราะทุกๆอย่างในเรื่องของการทานวิตามินนั้นจะช่วยทำให้เราสามารถที่จะป้องกันไข้หวัดได้อย่างมากมายเลย แต่เราก็จะต้องเลือกทานด้วยว่าเราจะทานวิตามินแบบไหนอย่างไรเพื่อที่จะได้ไม่เกิดผลกระทบต่อสุขภาพด้วย การทานวิตามินก็จะมีบอกว่าควรทานวันละกี่เม็ดเพราะถ้าหากเราทานมากจนเกินไปก็จะเป็นโทษได้อย่างมากเลย ดังนั้นเราจึงควรที่จะต้องใส่ใจและให้ความสำคัญกับเรื่องของการเลือกทานวิตามินให้มากๆจะยิ่งดีต่อสุขภาพของเราอย่างยิ่งด้วย และยิ่งเราทานวิตามินซีนั้นแน่นอนว่าจะช่วยป้องกันภูมิไม่ให้เรานั้นเป็นหวัดได้ง่ายยิ่งขึ้นด้วย เรื่องเหล่านี้จึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากที่เราก็จะต้องให้ความสำคัญเพราะสุขภาพเราหาซื้อที่ไหนไม่ได้นอกจากเราจะทำให้ตัวเองนั้นมีความสุขอย่างยิ่งเลย การที่เรารู้จักที่จะเลือกทานวิตามินนั้นถือว่าเป็นตัวช่วยเสริมที่ดีกับเราอย่างยิ่งเพราะว่าถ้าเราไม่มีตัวช่วยเสริมนี้ร่างกายของเราก็อาจจะแย่ยิ่งขึ้นได้ด้วย ดังนั้นการที่เรามีภูมิคุ้มกันในร่างกายนั้นจะยิ่งเป็นสิ่งที่ดีอย่างที่สุดเพราะอย่างน้อยเราก็จะยิ่งไม่เจ็บป่วยได้ง่ายอีกด้วย ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญที่เราก็ควรที่จะต้องใส่ใจและอย่ามองข้ามผ่านเลย อะไรที่ดีๆจะได้เกิดขึ้นกับร่างกายของเราเองอย่างยิ่งด้วย ดังนั้นสุขภาพที่ดีเราไม่สามารถที่จะหาซื้อจากไหนได้นอกจากตัวเราจะช่วยทำให้ตนเองมีร่างกายที่แข็งแรงยิ่งขึ้น อะไรที่จะมีส่วนที่จะช่วยทำให้เรานั้นได้มีความสุขในชีวิตก็จะต้องยิ่งทำเพราะว่าความสุขส่วนหนึ่งก็มาจากการที่เรามีสุขภาพที่ดีอย่างยิ่งด้วย เรื่องเหล่านี้เราจึงควรที่จะต้องพยายามที่จะทานให้ติดเป็นนิสัยเพราะว่าส่วนมากก็จะขี้เกียจไม่อยากที่จะทานวิตามินกันอย่างยิ่งเลย การทานวิตามินเพื่อเสริมสร้างภูมิต้านทานจึงเป็นสิ่งที่ดีกับเราเองอย่างที่สุด

สมุนไพรไทยแก้ไอ

สมุนไพรไทยแก้ไอ-มีเสมหะสมุนไพรไทยแก้ไอ-มีเสมหะ

สมุนไพรของไทยนั้นมีค่อนข้างหลากหลาย และมีประโยชน์ที่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการนำไปประกอบอาหาร การทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ และการรักษาโรค ในปัจจุบันอากาศบ้านเราก็ค่อนข้างจะเปลี่ยนแปลงบ่อย เรียกได้ว่ามี 3 ฤดูกาลในวันเดียว เช้า อากาศหนาวเย็น เที่ยงอากาศร้อน เย็นฝนตก ทำให้หลายๆ คน ที่ภูมิคุ้มกันไม่ค่อยดี ก็เกิดอาการระคายเคืองบริเวณคอ จนเกิดเป็นการแพ้อากาศ เป็นหวัด และไอ ซึ่งสิ่งที่น่ากลัวคืออาการไอ เพราะหายช้ามาก และน่ารำคาญเป็นที่สุด วันนี้จะมาแนะนำสมุนไพรไทยที่จะสามารถช่วยแก้อาการไอและมีเสมหะได้ 

วิธี ล้าง จมูก ด้วย ตัว เอง

วิธีล้างจมูกด้วยตัวเองที่ถูกต้อง ช่วยลดเชื้อโรคสะสมวิธีล้างจมูกด้วยตัวเองที่ถูกต้อง ช่วยลดเชื้อโรคสะสม

หลายคนอาจรู้สึกคัดจมูก หายใจไม่สะดวก หรือมีน้ำมูกข้น โดยเฉพาะเมื่อเจอฝุ่นละอองหรือเป็นหวัด การดูแลสุขภาพจมูกจึงเป็นสิ่งสำคัญ หนึ่งในวิธีที่ช่วยให้จมูกสะอาดและลดเชื้อโรคสะสมคือ วิธี ล้าง จมูก ด้วย ตัว เอง ซึ่งสามารถทำได้ง่าย ๆ ที่บ้าน โดยไม่ต้องไปคลินิก และยังปลอดภัยถ้าทำอย่างถูกวิธี ทำไมต้องล้างจมูกด้วยตัวเอง? อุปกรณ์ที่ใช้ในการล้างจมูก การทำ วิธี ล้าง จมูก ด้วย ตัว เอง ไม่ยุ่งยาก เพียงมีอุปกรณ์เหล่านี้ วิธีล้างจมูกด้วยตัวเองแบบถูกต้อง เคล็ดลับเพื่อการล้างจมูกที่ปลอดภัย